วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559



บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ในการศึกษาค้นคว้า และพัฒนาเว็บไซต์ เรื่องการประดิษฐ์โคมไฟจากฝาขวดน้ำ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการประดิษฐ์โคมไฟจากฝาขวดน้ำ คณะผู้จัดทำได้ศึกษาข้อมูลและ เอกสารที่เกี่ยวข้องดังนี้
                  2.1 การประดิษฐ์โคมไฟจากฝาขวดน้ำ
                  2.2 เว็บไซต์ (Website)
                  2.3 โปรแกรม Adobe  Dreamweaver
2.1 การประดิษฐ์โคมไฟจากฝาขวดน้ำ
โคมไฟ เป็นอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างชนิดหนึ่ง แต่ในปัจจุบันนิยมนำโคมไฟมาประดิษฐ์เป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน โคมไฟจะมีรูปร่างและรูปทรงแตกต่างกันออกไปตามวัสดุที่นำมาประดิษฐ์ฝาขวดน้ำซึ่งเป็นวัสดุที่เหลือใช้แต่บางคนอาจคิดว่าไม่มีประโยชน์และเป็นขยะได้ แต่ความจริงสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นโคมไฟได้ ซึ่งมีความสวยงามอยู่ในตัว และช่วยทำให้ลดแสงของไฟให้เบาลงมองแล้วสวยงามและยังให้ประโยชน์ตามที่ต้องการ
2.1 การประดิษฐ์โคมไฟ
             การประดิษฐ์โคมไฟหลากสีสัน เป็นรูปทรงต่างๆ สำหรับตกแต่งประดับบ้าน ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
         1.  โคมไฟดาวน์ไลท์
 เป็นโคมที่มักติดเพื่อให้แสงสว่างเท่ากันทั่วทั้งบริเวณ สามารถใช้แต่งบ้านได้ทุกห้องในบ้าน และควรใช้ควบคู่กับโคมประเภทอื่นๆด้วย เพื่อไม่ให้การตกแต่งภายในห้องของคุณดูแบนเกินไป แต่ถ้าคุณอยากใช้ไฟดาวน์ไลท์อย่างเดียว คุณอาจเพิ่มมิติได้ด้วยการเลือกใช้หลอดไฟที่มีมุมแคบกว้างต่างกัน นอกจากนี้ยังมีโคมไฟคล้ายๆดาวน์ไลท์นั่นคืออัพไลท์ เพียงแต่มันเป็นโคมที่ติดอยู่บนพื้นและส่องขึ้นแทนที่จะติดอยู่บนเพดานและส่องลงเหมือนดาวน์ไลท์ ซึ่งอัพไลท์จะช่วยเป็นจุดนำสายตาและสร้างความน่าสนใจในสเปซ แต่ข้อเสียคือเปลือง และอาจแยงตาได้ ทำให้อาจไม่ค่อยนำมาใช้ในบ้านมากนัก แต่อาจจะนำไปใช้ตกแต่งสวนนอกบ้านมากกว่า ข้อควรระวังของโคมนี้คืออาจมีการนำไปใช้ในบริเวณที่เปียกหรือมีความชื้น เช่นบริเวณฝักบัวอาบน้ำ ซึ่งควรมีฝาปิดตัวโคมเพื่อป้องกันการเสียหาย
 2.โคมไฟห้อย
การทำให้การตกแต่งบ้านที่ดูธรรมดาๆมีความน่าสนใจขึ้น คุณอาจเลือกที่จะแขวนโคมไฟขนาดใหญ่ที่มีรูปทรงน่าสนใจแต่ยังดูเข้ากับสไตล์ของแบบบ้านคุณ แต่โคมใหญ่ๆหรือโคมประเภทแชนเดอเลียร์ ไม่ควรติดในห้องที่เพดานเตี้ย เพราะจะยิ่งทำให้ดูอึดอัด นอกจากนี้คุณอาจเลือกรูปทรงของโคมไฟจากรูปทรงของเฟอร์นิเจอร์ในห้อง จะทำให้ดูกลมกลืนกัน หรืออาจเป็นการเลือกสไตล์ของโคมไฟให้เป็นไปในแนวเดียวกับสไตล์ของห้อง เช่น เลือกโคมไฟสไตล์อินดัสเทรียล ให้คล้องจองไปกับโต๊ะรับประทานอาหารแบบโมเดิร์น เป็นต้น ก็สามารถช่วยให้เป็นเส้นนำสายตา นอกจากเรื่องของรูปทรง คุณยังสามารถเล่นสนุกกับสีสัน อาจเลือกใช้โคมที่ตัวโคมมีสี จะทำให้แสงที่ผ่านออกมาดูน่าสนใจ จัดเป็น Decorative Light ซึ่งต้องระวังว่าในบริเวณที่เล่นสีของแสงมีการใช้งานประเภทอ่านหนังสือ หรือใช้คอมพิวเตอร์หรือไม่ ซึ่งสีอาจไปรบกวนการทำงานได้
ฝาขวดน้ำ เป็นฝาขวดที่ผลิตโดยใช้พลาสติกเรซิน ซึ่งนำมาหลอมละลาย แล้วขึ้นเป็นรูปฝา ภายในออกแบบให้มีวัสดุบุผนึก หรือฝาประเภทไม่มีวัสดุบุผนึก เพื่อป้องกันการรั่วซึม  ลักษณะของฝามีร่องกันลื่นโดยรอบและมีรอยปรุระหว่างตัวฝากับขอบฝาเพื่อให้เปิดได้ง่าย ฝาพลาสติกใช้ผนึกขวดน้ำอัดลม ชา เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำผลไม้ น้ำดื่ม สามารถปิดซ้ำได้อีกเมื่อบริโภคไม่หมดในคราวเดียว โดยยังรักษาคุณภาพเดิม
หลอดไฟ เป็นหลอด ที่อาศัยการกำเนิดแสงจากความร้อน โดยการให้กระแสไหลผ่าน ไส้หลอดที่ทำด้วยทังสเตน จนร้อนแล้วเปล่งแสงออกมา แต่ให้ประสิทธิผล การส่องสว่างต่ำราว 5 - 12 lumen/watt ขึ้นอยู่กับวัตต์ของหลอด อายุการใช้งานสั้นคือประมาณ 1000 ชั่วโมง (เป็นอายุเฉลี่ยที่ได้จากห้องปฏิบัติการ แต่การใช้งานจริงอาจมีอายุสั้น หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบและสภาพแวดล้อมในการใช้งาน) มี
อุณหภูมิสีประมาณ 2500 - 2700 องศาเคลวิน แต่ให้ดัชนีความถูกต้อง ของสีถึง 97 % แต่เนื่องจากเป็นหลอดที่ไม่ประหยัดไฟ จึงนิยมใช้ในงานตกแต่งแสงสี หรือเน้นความสว่างเฉพาะจุด ในบ้านเรือน , ห้องแสดงสินค้า , ห้องอาหาร เป็นต้น ข้อดีของหลอดชนิดนี้คือราคาถูก จุดติดง่าย และยังใช้กับอุปกรณ์ หรี่ไฟได้ด้วย
สายไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งพลังงานไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยกระแสไฟฟ้าจะ เป็นตัวนำพลังงานไฟฟ้าผ่านไปตามสายไฟจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟทำด้วยสารที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ เรียกว่าตัวนำไฟฟ้า และตัวนำไฟฟ้าที่ใช้ทำสายไฟเป็นโลหะที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ดี ลวดตัวนำแต่ละชนิดยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ต่างกัน ตัวนำไฟฟ้าที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้มากเรียกว่ามีความนำไฟฟ้ามากหรือมีความต้านทานไฟฟ้าน้อย ลวดตัวนำจะมีความต้านทานไฟฟ้าอยู่ด้วย โดยลวดตัวนำที่มีความต้านทานไฟฟ้ามากจะยอม ให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อย
ปืนกาว เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ยึดติดกับวัสดุอุปกรณ์  ปืนยิงกาว ใช้กับกาวแท่งปืนกาวใช้ความร้อน 100 ~ 240 Vปืนกาวมีขนาด (L x W x H): 230 x 140 x 50mmที่ยิงกาวทำจากพลาสติกทนความร้อน
กล่องพลาสติก บรรจุภัณฑ์ชนิดหนึ่ง ปกติจะมีรูปทรงเป็นทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่ก็อาจพบในรูปทรงอื่นได้ กล่องทั่วไปทำจากกระดาษ ไม้ หรือพลาสติก เป็นต้น สามารถเปิดได้โดยการยก ดึง หรือเลื่อนฝาด้านบน และปิดผนึกได้ด้วยเทปกาว แม่กุญแจ หรือตะปู กล่องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ถ่ายทอดรูปแบบมาจากหีบโดยตรง กล่องบางชนิดได้รับการตกแต่งจนสามารถใช้เป็นเครื่องเรือนภายในบ้านได้
ไขควง (อังกฤษ: screwdriver) คืออุปกรณ์ชนิดหนึ่งซึ่งออกแบบมาเพื่อขันสกรูให้แน่นหรือคลายสกรูออก ไขควงทั่วไปประกอบด้วยแท่งโลหะ ส่วนปลายใช้สำหรับยึดกับสกรู ซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันเพื่อให้ใช้ได้กับสกรูชนิดต่าง ๆ และมีแท่งสำหรับจับคล้ายทรงกระบอกอยู่อีกด้านหนึ่งสำหรับการไขด้วยมือ หรือไขควงบางชนิดอาจจะหมุนด้วยมอเตอร์ก็ได้ ไขควงทำงานโดยการส่งทอร์ก (torque) จากการหมุนไปที่ปลาย ทำให้สกรูหมุนตามเกลียวเข้าหรือออกจากวัสดุอื่น  ไขควงเป็นเครื่องมือสำหรับขันและคลาย สกรูชนิดหัวผ่า ขนาดและรูปทรงของไขควงถูกออกแบบให้เป็นไปตามลักษณะการ ใช้งาน เช่น ไขควงที่ใช้สำหรับงานของช่างอัญมณี (Jeweler's Screw Driver) จะออกแบบมาให้เป็นไขควงที่ใช้สำหรับงานละเอียดเที่ยงตรง ส่วนไขควงที่ใช้ในงานหนักของช่างเครื่องกลจะออกแบบให้ก้านใบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพื่อให้ใช้ประแจหรือคีมจับขัน เพื่อเพิ่มแรงในการบิดของไขควงให้มากกว่าเดิมได้
ขั้ว (Base) มีทั้งแบบเกลียวและแบบเขี้ยว อาจทำด้วยทองเหลืองหรืออลูมิเนียม โดยโลหะที่ใช้ยึดไส้หลอดจะถูกเชื่อม เข้ากับส่วนที่เป็นเกลียวและกลางขั้วหลอดด้านล่างสุด (สำหรับขั้วแบบเกลียว
2.2  เว็บไซต์ ( Website ) 
เว็บไซต์ (อังกฤษ: Website, Web site หรือ Site) หมายถึง หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยง กันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ส่วนใหญ่จัดทำ ขึ้นเพื่อนำ เสนอข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ โดยถูกจัดเก็บไว้ใน เวิลด์ไวด์เว็บ หน้าแรกของเว็บไซต์ที่เก็บไว้ที่ชื่อหลักจะเรียกว่า โฮมเพจ เว็บไซต์โดยทั่วไปจะ ให้บริการต่อผู้ใช้ฟรีแต่ในขณะเดียวกันบางเว็บไซต์จำเป็นต้องมีการสมัครสมาชิกและเสียค่าบริการ เพื่อที่จะดูข้อมูล ในเว็บไซต์ ซึ่งได้แก่ข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์หรือข้อมูลสื่อต่างๆ ผู้ทำ เว็บไซต์มีหลากหลายระดับ ตั้งแต่สร้างเว็บไซต์ส่วนตัว จนถึงระดับเว็บไซต์สำหรับธุรกิจหรือ องค์กรต่างๆ การเรียกดูเว็บไซต์โดยทั่วไปนิยมเรียกดูผ่านซอฟต์แวร์ในลักษณะของ เว็บเบราว์เซอร
           หลักในการออกแบบเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดโครงสร้างของเว็บไซต์ การสร้างเว็บไซต์นั้นควรเริ่มจากการสร้างแผนผังของเว็บไซต์ก่อน หรือที่เรียกว่า  Site Map
                ขั้นตอนที่ 2 กำหนดการเชื่อมโยงระหว่างเว็บเพจ
           กำหนดการเชื่อมโยงให้เว็บเพจแต่ละหน้าเชื่อมโยงถึงกันเพื่อให้กลับไปกลับมา ระหว่างหน้าต่าง ๆ ได้  โดยแสดงชื่อไฟล์  HTML  แต่ละไฟล์ที่มีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน  
ขั้นตอนที่ 3 การออกแบบเว็บเพจแต่ละหน้า
           สามารถออกแบบหน้าเว็บเพจแต่ละหน้าให้สวยงาม โดยเฉพาะในเว็บเพจหน้าแรก ซึ่งเรียกว่า โฮมเพจนักเรียนควรออกแบบให้สวยงามเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมในขั้นตอนการออกแบบ นี้ บางทีอาจเรียกว่าการออกแบบเลย์เอาท์ (Lay Out) สามารถทำ ได้โดยการเขียนลงในกระดาษ หรือใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบก็ได้ 
                ขั้นตอนที่ 4 การสร้างเว็บเพจแต่ละหน้า
            นำเว็บเพจที่ออกแบบไวม้าสร้างโดยใช้ภาษา html หรืออาจใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่น FrontPage, Macromedia  Dreamweaver หรือโปรแกรมสำเร็จรูปอื่น ๆ ตามความถนัด
ขั้นตอนที่ 5 การลงทะเบียนขอพื้นที่เว็บไซต์ 
             การเผยแพร่เว็บไซต์ที่สร้างเสร็จแล้ว เข้าสู่ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้บุคคลอื่นๆ  สามารถเข้าชมเว็บไซต์ของเราได้ วิธีการ คือ นำเว็บไซต์ที่เราสร้างขึ้นไปไว้บนพื้นที่ที่ให้บริการ (Web Hosting) ซึ่งมีพื้นที่ ที่ให้บริการฟรี และแบบที่ต้องเสียค่าบริการ
ขั้นตอนที่ 6 การอัพโหลดเว็บไซต์
            หลังจากสร้างเว็บไซต์และลงทะเบียนขอพื้นที่สำหรับฝากเว็บไซต์แล้ว   ให้ใช้โปรแกรม สำหรับอับโหลด (Upload)  เช่นโปรแกรม  CuteFTP  เพื่อให้คนทั่วโลกสามารถเข้าชมเว็บไซต์ของเรา ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้

หลักในการสร้างเว็บเพจ
1. การวางแผน
             กำหนดเนื้อหา ก่อนลงทำเว็บ เราจะต้องรู้ว่าเราจะทำเว็บเกี่ยวกับอะไร เนื้อหาเป็นอย่างไร กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มใด ทั้งนี้เพื่อที่เราจะไดนำเนื้อหา เหล่านั้นมาใส่ในเว็บเพื่อแสดงให้เห็นว่าเนื้อหา โดยรวมเกี่ยวกับอะไร   เช่น  เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ก็ต้องมีข้อมูลของคอมพิวเตอร์แต่ละชนิด ลักษณะ ราคาแต่ละรุ่นและสถานที่ขาย เป็นต้น
          ออกแบบมุมมองในหน้าเว็บ (LayOut) คือการจัดวางองค์ประกอบในเว็บเพจว่าส่วนใดควรจะ มีอะไร อาจทำโดยการร่างใส่กระดาษเปล่า ๆ ไว้ก่อนหรือใช้โปรแกรมแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการ ออกแบบก็ได้    การใช้ตารางช่วยในการจัดองค์ประกอบในหน้าเว็บนั้นจะทำ ให้เว็บเพจมีความเป็น ระเบียบยิ่งขึ้น และสะดวกต่อการแก้ไข ปรับปรุง 
                2. การเตรียมการ
                 เช่น การเตรียมการด้านข้อมูลทั้งที่เป็นเนื้อหา ภาพ เสียง หรือสิ่งจำเป็นต่างๆ ที่นักเรียนคิดว่า ต้องการจะนำเสนอในการทำเว็บเพจนั้น เมื่อเรารู้แล้วว่าเราจะทำเว็บเกี่ยวกับอะไร การรวบรวมข้อมูลก็ มีส่วนสำคัญย่างยิ่ง เช่น ถ้าจะทำเว็บ เกี่ยวกับ โรงเรียน ก็ต้องไปหาคติพจน์ประจำ โรงเรียน สีประจำโรงเรียน บุคลากรในโรงเรียน ประวัติโรงเรียน ฯลฯ มารวบรวมไว้  แล้วหลังจากนั้นก็เอาข้อมูลนั้นมา จัดรูปแบบในเว็บต่อไป การหาเครื่องมือในการจัดทำ นั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญเครื่องมือในที่นี้ หมายถึง
โปรแกรมการทำงานต่าง ๆ เช่นโปรแกรมจัดการรูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ  โปรแกรมในการ จัดทำเว็บเพจจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูปหรือจะใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ ในการสร้างต้องเตรียมการให้ พร้อม
 3. การจัดทำ  
               เมื่อวางแผนและเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจัดทา   อาจจะทำคนเดียว หรือทำ เป็นกลุ่ม โดยใช้เครื่องมือที่เตรียมไว้ซึ่งจะอธิบายถึง วิธีการจัดทา หรือวิธีการสร้างเว็บเพจในลำดับต่อไป
                4. การทดสอบและการแก้ไข
               การสร้างเว็บเพจทุกครั้งควรจะมีการทดสอบก่อนเผยแพร่ทุกครั้งเพื่อหาข้อบกพร่องแล้วนำมา แก้ไขการทำเว็บนั้นเมื่อทำเสร็จและอับโหลดไปไว้ในเครื่องเซิร์ฟเวอร์แล้วให้ทดลองแนะนำ เพื่อนที่ สนิทชิดเชื้อและใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ ลองเปิดดูและให้บอกข้อผิดพลาดมา เช่น การเชื่อมโยงต่าง ๆ , รูปภาพ และตัวอักษร ว่าถูกต้องช้าไป หรือเปล่า หากทดสอบจากเครื่องของตนเองแล้ว ข้อผิดพลาด ต่างๆ มักจะไม่ค่อยปรากฏให้เห็นเนื่องจากว่าข้อมูลต่างๆ  จะอยู่ในเครื่องของตนเองและการเชื่อมโยง ต่างๆ เช่นกัน โปรแกรมจะทา การค้นหาในเครื่องจนพบ ทำให้เราไม่เห็นข้อผิดพลาด หลังจากทดสอบ แล้วให้ดำเนินการแก้ไขข้อผิดพดลาด
5. การนำเว็บเพจต่าง ๆ มารวบรวมเป็นเว็บไซต์        เมื่อสร้างเว็บเพจเสร็จ จัดรวบรวม และเรียบเรียงหน้าเว็บเพจแต่ละหน้าทำ การทดสอบ แก้ไข ปรับปรุงเสร็จแล้ว ก็สามารถเผยแพร่เว็บเพจทั้งหมดออกสู่สาธารณชนในรูปแบบของเว็บไซต์ได้ 






2.3 โปรแกรม Adobe Dreamweaver 
รู้จักกับ Dreamweaver
               Dreamweaver ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างเว็บเพจ และ ดูแลเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ สูง เป็นที่นิยมใช้ของ  Web Master อย่างกว้างขวาง  ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับเขียนภาษา HTML โดยเฉพาะ พร้อมทั้งสามารถแทรก Java Scripts และ ลูกเล่นต่างๆได้มากมาย  โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้หลัก ภาษา HTML มากนัก ซึ่งช่วยประหยัดเวลา และทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น
ประวัติความเป็นมาของโปรแกรม Dreamweaver
         อะโดบี ดรีมวีฟ เวอร์ (Adobe Dreamweaver) หรือชื่อเดิมคือ แมโครมีเดีย ดรีมวีฟ เวอร์ (Macromedia Dreamweaver) เป็นโปรแกรมแก้ไข HTML พัฒนาโดยบริษัทแมโครมีเดีย (ปัจจุบันควบ กิจการรวมกับบริษัท อะโดบีซิสเต็มส์) สำหรับการออกแบบเว็บไซต์ในรูปแบบ WYSIWYG กับการ ควบคุมของส่วนแก้ไขรหัส HTML ในการพัฒนาโปรแกรมที่มีการรวมทั้งสองแบบเข้าด้วยกันแบบนี้ ทำให้ ดรีมวีฟเวอร์เป็นโปรแกรมที่แตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน ในช่วงปลายปี ทศวรรษ 2533 จนถึงปีพ.ศ. 2544 ดรีมวีฟเวอร์มีสัดส่วนตลาดโปรแกรมแก้ไข HTML อยู่มากกว่า 70% ดรีมวีฟเวอร์มีทั้งในระบบปฏิบัติการแมคอินทอช และไมโครซอฟทว์นิโดวส์ ดรีมวีฟเวอร์ยงัสามารถ ทำงานบนระบบปฏิบัติตารางแบบยูนิกซ์ ผ่านโปรแกรมจำ ลองอย่าง WINEได้รุ่นล่าสุดคือ ดรีมวีฟเวอร์ CS5
การทำงานกับภาษาต่างๆ
              ดรีมวีฟเวอร์ สามารถทำงานกับภาษาคอมพิวเตอร์ในการเขียนเว็บไซต์แบบไดนามิค ซึ่งมีการ ใช้HTML เป็นตัวแสดงผลของเอกสาร เช่น ASP, ASP.NET, PHP, JSP และ ColdFusion รวมถึงการ จัดการฐานข้อมูลต่างๆ อีกด้วย และในเวอร์ชันล่าสุด (เวอร์ชัน CS4) ยังสามารถทา งานร่วมกับ XML และ CSS ได้อย่างง่ายดาย
ความสามารถของ Dreamweaver
                 ในการเขียนเว็บเพจ จะมีลักษณะคล้ายกับการพิมพ์งานในโปรแกรม Text Editor ทั่วไป คือว่า มันจะเรียงชิดซ้ายบนตลอดเวลา ไม่สามารถย้าย หรือ นำไปว่างตำแหน่งที่ต้องการได้ทันที่เหมือน โปรแกรมกราฟิก เพราะฉะนั้นหากเราต้องการจัดวางรูปแบบตามที่เราต้องการ ก็ใช้ตาราง Table เข้ามา ช่วยจัดตำแหน่ง ซึ่งเมื่อมีการจัดวางรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น การเขียนภาษา HTML ก็ซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่นกัน
โปรแกรม Dreamweaver อาจจะไม่สามารถเขียนเว็บได้ตามที่เราต้องการทั้งหมด วิธีการแก้ไข ปัญหาที่ดีที่สุดคือ ควรจะเรียนรู้หลักการของภาษา HTML ไปด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพ Webmaster แบบจริงจัง อาจจะไม่ต้องถึงกับท่องจา  Tag ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แต่ขอให้รู้ เข้าใจหลักการก็พอแล้ว เพราะหลาย ๆ ครั้งที่เราจะเขียนเว็บใน Dreamweaver แล้วกลับ ได้ผลผิดเพี้ยนไป ไม่ตรงตามที่ต้องการ ก็ต้องมาแก้ไข Code HTML เอง และความสามารถของ Dreamweaver สรุปได้ดังนี้
            1. สนับสนุนการทำงานแบบ WYSIWYG (What You See Is What You Get) หมายความว่า เว็บที่เราเขียนหน้าจอ Dreamweaver ก็จะแสดงแบบเดียวกับเว็บเพจจริงๆ ช่วยให้เราเขียนเว็บเพจง่าย ขึ้น ไม่ต้องเขียน Code HTML เอง
            2. มีเครื่องมือในการช่วยสร้างเว็บเพจที่มีความยืดหยุ่นสูง
           3. สนับสนุนภาษาสคริปต์ต่างๆ ทั้งฝั่ง Client และ Server เช่น Java, ASP, PHP, CGI, VBScript
           4. มีเครื่องมือในการ Upload หน้าเว็บเพจไปที่เครื่อง Server เพื่อทำการเผยแพร่งานที่เราสร้าง ในอินเทอร์เน็ต โดยการส่งผ่าน FTP หรือ โดยการใช้โปรแกรม FTP ภายนอกช่วย เช่น WS FTP                            
           5. รองรับมัลติมีเดีย เช่น การใส่เสียง, การแทรกไฟล์วิดีโอ การใช้งานร่วมกับ Flash , Fireworks  


ผู้ลงข้อมูล ชื่อ นาย ประสิทธิ์  สิมหลวง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น